รมว. อว. แถลงกรอบนโยบาย MHESI Action Plan 2026-2030
สรุปกรอบนโยบาย 8 ยุทธศาสตร์ มาให้ทุกคนได้อ่าน ได้แก่
◾️1: ส่งเสริมให้เกิด Innovation Ecosystem ในประเทศไทย
◾️2. Wellness Thailand
◾️3. Semiconductor Thailand
◾️4. AI, Physical AI and Data Driven Nation
◾️5. Frontier Innovation Thailand
◾️6. ส่งเสริมเทคโนโลยีความมั่นคง
◾️7. ส่งเสริมเทคโนโลยีเพื่อต่อต้าน Corruption มุ่งสู่ Digital Government
◾️8. พลิกโฉมมหาวิทยาลัยสู่ระดับโลก
โดย 8 ยุทธศาสตร์ แบ่งออกเป็น 4 แกนสำคัญ ดังนี้
🔴 ยุทธศาสตร์ 1: การส่งเสริมระบบนิเวศนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) ในประเทศไทย
◾️มุ่งขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ วางรากฐานนำพาไทยสู่ “ประเทศรายได้สูง” ที่คนไทยมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน ผ่านการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน
◾️มีกลไกการขับเคลื่อนที่สำคัญ:
-1- ยกระดับงานวิจัยสู่ Deep Tech: ผลักดันงานวิจัยระดับ ป.โท-ป.เอก ให้เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่คุ้มครองด้วยทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างความได้เปรียบ
-2- นวัตกรรมเพื่อประชาชน: แปลงงานวิจัยเป็นนวัตกรรมที่แก้ปัญหาและตอบสนองความต้องการของสังคมได้จริง
-3- สร้าง “นักปฏิบัติ” สู่กลไกนวัตกรรม: เชื่อมโยงภาคการศึกษากับการทำงานจริง โดยเน้นสายอาชีวศึกษา ควบคู่กับการยกระดับทักษะ (Reskill/Upskill) กำลังคน
-4- Flagship Projects: ได้แก่
(1) Area-based Innovation Ecosystem
(2) Matching Fund & University Holding Company
(3) ส่งเสริม Makerspace ชุมชน
(4) ค้นหาสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ผ่าน Startup Thailand League
(5) เสริมความเข้มแข็งของหน่วยจัดการทรัพย์สินทางปัญญา (TLO)
—————
🔴 ยุทธศาสตร์ 2-5: การพัฒนา Champion Product และ New Growth Engine
.
◾️มุ่งเน้นการใช้ยกระดับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาระดับโครงสร้างของประเทศอย่างยั่งยืน
◾️บูรณาการ 4 ยุทธศาสตร์เข้าด้วยกัน ดังนี้:
◾️Wellness Thailand
-1- ชูจุดแข็งเบอร์ 1 ของโลก: ใช้จุดเด่นของไทย (การแพทย์, สมุนไพร, วัฒนธรรม) เป็น “หน้าด่าน” ในการดึงดูดความร่วมมือระดับสากล
-2- สร้าง Wellness Economy: ต่อยอดสู่การวิจัยและผลิตเครื่องมือแพทย์ ชุดตรวจ และยาด้วยตนเอง เพื่อสร้างเศรษฐกิจที่คนกินดีอยู่ดี ซึ่งเชื่อมโยงตั้งแต่ภาคเกษตรมูลค่าสูง อุตสาหกรรม และบริการ
-3 – กลยุทธ์พ่วงเทคโนโลยี: ใช้ Wellness เปิดทาง เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนา AI ทางการแพทย์ และ Semiconductor ของประเทศ
.
◾️AI for ALL และการยกระดับ Productivity
-1- บูรณาการเพิ่มมูลค่า GDP: อว. จะจับมือกับพันธมิตรเพื่อนำเทคโนโลยีไปเพิ่ม Productivity ใน 3 ภาคส่วนหลัก ชดเชยปัญหาประชากรสูงวัย
-2- AI for ALL: ผลักดันให้เกิด Mindset การประยุกต์ใช้ AI ในทุกมิติของการทำงานและทุกสายอาชีพ เพื่อปรับตัวสู่อนาคต
.
◾️การยกระดับกำลังคน (อุ้มคน ไม่อุ้มเทคโนโลยีเก่า)
-1- ไม่สนับสนุนเทคโนโลยีที่ล้าหลัง (ปล่อยให้ถูก Disrupt) เพื่อให้วงล้อการวิจัยและพัฒนา (R&D) ขับเคลื่อนต่อไปได้
-2- รัฐจะมุ่งช่วยเหลือ “คน” แทน โดยเร่งทำ Reskill/Upskill ให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบมีทักษะใหม่และกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ โดยไม่ต้องกลับไปทำรูปแบบเดิม
.
◾️Semiconductor Thailand
-1- สร้าง Backbone ของทุกอุตสาหกรรม มุ่งผลิตเพื่อใช้เองในประเทศและลดการนำเข้า
-2- Flagship Projects:
(1) Photonic IC
(2) Power IC
(3) Sensor/Biosensor
◾️Frontier Innovation
-1- บุกเบิกเทคโนโลยีขั้นสูงที่ประเทศจำเป็นต้องวางรากฐาน
-2- Flagship Projects:
(1) Quantum Thailand (Communication/Sensing/AI)
(2) Space Innovation Thailand
(3) Green Energy Innovation Thailand
—————
🔴 ยุทธศาสตร์ 6-7: การส่งเสริมเทคโนโลยีความมั่นคง และรัฐบาลดิจิทัลเพื่อต่อต้านการทุจริต
.
◾️การส่งเสริมเทคโนโลยีด้านความมั่นคง
-1- มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีเพื่อปกป้องและสร้างอธิปไตยให้ประเทศ เพื่อให้มูลค่าทางเศรษฐกิจเติบโตคู่ขนานไปกับความมั่นคง
-2- Flagship Projects:
(1) Defense Innovation
(2) Cyber Security Disaster Innovation และ Net Zero Innovation
◾️มุ่งสู่ Digital Government
-1- อว. นำร่องเป็นต้นแบบด้านความโปร่งใส: เป็นผู้นำในการสร้างความโปร่งใส ทำให้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อสายตาหน่วยงานอื่น
-2- วางรากฐานโครงสร้างพื้นฐาน: ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเป็นแกนหลักในการพัฒนาระบบพื้นฐานของประเทศ ทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุข สวัสดิการ และสิ่งแวดล้อม
-3 – Flagship Projects:
(1) Open Thailand (Open Data)
(2) Zero Corruption MHESI ACT / No COI (Conflict of Interest)
—————
🔴 ยุทธศาสตร์ 8: การพลิกโฉมมหาวิทยาลัยสู่ระดับโลก
.
◾️มุ่งเน้นการพัฒนา “ทุนมนุษย์” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ โดยทลายกรอบการศึกษาเดิมและปรับบทบาทของมหาวิทยาลัยให้ตอบโจทย์โลกการทำงานยุคใหม่
◾️มีกลไกขับเคลื่อนหลัก:
-1- TCAS เท่าเทียม: พัฒนาระบบการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อที่ส่งเสริมความเสมอภาคและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
-2- มหาวิทยาลัยเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต: ปรับกรอบความคิดใหม่ว่า “คนทำงานคือนักเรียน” โดยมุ่งเน้นการยกระดับทักษะ (Reskill/Upskill) ให้คนวัยทำงานสามารถกลับเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาตนเองได้เสมอ
-3 – ศูนย์บ่มเพาะนวัตกรรมเชิงพื้นที่: เปลี่ยนฟังก์ชันของมหาวิทยาลัยให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ เพื่อเป็นพื้นที่เชื่อมโยงให้ “นักคิด” และ “นักปฏิบัติ” มาทำงานร่วมกันได้ง่ายและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
-4- เสริมศักยภาพบุคลากร: ให้การสนับสนุนและส่งเสริมการทำงานของอาจารย์และนักวิจัยอย่างเต็มที่
-5- สนับสนุนดึงดูด Global Talent: ดึงคนไทยเก่งๆ จากทั่วโลก ให้มาทำงานให้กับประเทศไทย
📌 รมว. อว. ยังเน้นย้ำ บทบาทของ อว. เป็น “กระดูกสันหลัง” หรือ Backbone อีกหนึ่งชิ้นให้กับประเทศไทย โดยการวางรากฐานให้ไทยเป็นประเทศเศรษฐกิจรายได้สูง คืนอธิปไตยทางความคิด และเทคโนโลยีให้กับประเทศไทย เอาชนะ Tech War โดยกระทรวง อว. จะไม่ลุยเดี่ยว แต่เราจะลุยไปพร้อมๆ กับคนอื่น และโดดเด่นไปพร้อมๆ กัน





